ดีที่สุดเท่านั้นถึงได้ไปต่อ (กระบวนกาารแต่งผลมะม่วงมันขุนศรี)
สวัสดีครับ อีกไม่นานที่สวนรุ่งตะวันอากาศก็คงจะเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว
หลังจากหนาวจัด ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้มะม่วงออกช่อดอกได้ดี
ตอนนี้มีอัตราการออกช่อดอกที่เพิ่มมมากขึ้นแล้วครับ
ทว่าบางวันก็หนาวจัดจนทำให้อัตราการเติบโตของช่อดอก และผลอ่อนช้าลงไปบ้าง
.
วันนี้มีโอกาสได้เดินสำรวจภาพรวมของสวน
และได้แวะตัดแต่งผลของมะม่วงชุดแรกที่ได้เปิดให้ลูกค้าจองไปแล้วนั้น
นอกจากการอดใจรอให้มะม่วงออกดอกติดผลมานับปีแล้วนั้น
การตัดแต่งผล เลือกผลที่สมบูรณ์ที่สุดก็เป็นอีกหนึ่งความลำบากใจเช่นกันครับ
อย่างเช่นในภาพ กิ่งย่อยกิ่งเดียว ช่อดอกช่อเดียว ติดผลให้มาเกือบ 10ลูก
ซึ่งแน่นอนครับ เราต้องตัดแต่ง เพื่อให้ลูกที่ดีที่สุดเจริญเติบโตต่อไป
.
ทำไมถึงต้องตัดทิ้ง? ไม่เสียดายหรือ?
ตอบคำถามที่ 2 ก่อนได้เลยครับ เสียดายมากๆจ้องอยู่นาน
แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ และทำโดยเร็ว เพื่อให้ผลผลิตในตอนที่ได้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวดีที่สุดครับ
ส่วนทำไมต้องตัดทิ้งนั้น ผมขออธิบายยกตัวอย่างง่ายๆแบบนี้ครับ
ในถนน 1ช่อจราจร รถไม่สามรถวิ่งอย่างพร้อมเพรียงกันได้ทีเดียว 10คันครับฃ
เช่นเดียวกันกับผลมะม่วงมันขุนศรี ที่ยังต้องอาศัยต้น และกิ่งก้านสาขา
ในการลำเลียงอาหารมาสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในกระบวนการสร้างผล
ฉนั้นหากใน หนึ่งกิ่ง หรือหนึ่งช่อดอกมีผลมะม่วงอยู่มากเกินไป
อาหารที่ถูกลำเลียงมา จะถูกแบ่งสรรค์ไปส่วนออกไปให้ทุกๆลูก
ทำให้ผลมะม่วง ไม่สามารถเติบโตได้ในอัตราสูงสุดครับ
นี่เป็นเหตุผลหลักที่ว่าทำไมเราถึงต้องมีการตัดแต่งลูก
แต่เดิมแล้ว เราทำก่อนการห่อรักษาผลครับ
แต่ปัจจุบัน ตัดสินใจกับคุณพ่อแล้วว่า เราจะทำตั้งแต่ที่ผลยังเล็ก
เพื่อไม่ให้เสียโอกาสของอาหารที่ต้น หาและสร้างมาได้
เช่นเดียวกับมนุษย์เราครับ พัฒนาการ 10% แรกของชีวิต
จะส่งผลอย่างมหาศาลกับชีวิตอีก 90% ที่เหลือ
.
ส่วนเหตุผลรองอื่นๆก็มีผลกระทบเช่นกันครับ
เช่นกิ่ง และลำต้นต้องแบกรับน้ำหนักจำนวนมาก
มีโอกาสเสี่ยงที่จะหัก ฉีก เสียหายระหว่างที่เลี้ยงลูกครับ
เช่น ในช่อดอกที่เส้นผ่านศูนย์กลาง 1เซนติเมตร
หากปล่อยไป 10ผล น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ลูกละ 5ขีด
เท่ากับว่าช่อดอกมะม่วงที่มีขนาดเล็กกว่าปากกา ต้องแบกรับน้ำหนักถึง 5กิโลกรัมเลยทีเดียวครับ
และสรีระของกิ่งที่แผ่ออก เมื่อโดนลมกรรโชกแรก ก็อาจมทำให้กิ่งหักได้เอาเสียง่ายๆครับ
.
ยังไม่รวมถึงเหตุผลที่ทำให้สิ้นเปลือง เวลา และต้นทุนในการห่อด้วยนะครับ
กระดาษห่อมะม่วงของที่สวน มีราคาเฉลี่ยที่ 1.4-1.8บาท ต่อลูก
หากเราปล่อยไว้ เราก็เป็นการใช้ต้นทุนในการห่อไปกับผลที่ไม่ได้คุณภาพ
ค่าแรงของคนข้างที่เราได้จ้างเข้ามาช่วยในการห่อในแต่ละลูก
ก็ถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
และที่สำคัญและมีค่าที่สุดมันทำให้เราและต้น "เสียเวลา" ไปอย่างน่าเสียดาย
.
ทั้งหมดคือสิ่งที่ผมได้นำมาบอกเล่าจากประการณ์ที่อยู่ในสวน
เผื่อเป็นประโยชน์หรือข้อมูลกับท่านอื่น
ผิดถูกอย่างไร ร่วมพูดคุยกันได้เลยครับ
มาถึงตรงนี้แล้วต้องขอจบเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้ก่อน
หากมีแง่มุมไหน หรือประเด็นต่อไป จะนำมาพูดคุยอีกครั้งครับ
ขอบคุณครับ
ตะวัน







