18 มกราคม 2566

ดีที่สุดเท่านั้นถึงได้ไปต่อ (กระบวนกาารแต่งผลมะม่วง)

ดีที่สุดเท่านั้นถึงได้ไปต่อ (กระบวนกาารแต่งผลมะม่วงมันขุนศรี) สวัสดีครับ อีกไม่นานที่สวนรุ่งตะวันอากาศก็คงจะเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว หลังจากหนาวจัด ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้มะม่วงออกช่อดอกได้ดี ตอนนี้มีอัตราการอ

ดีที่สุดเท่านั้นถึงได้ไปต่อ (กระบวนกาารแต่งผลมะม่วง)

 

 

ดีที่สุดเท่านั้นถึงได้ไปต่อ (กระบวนกาารแต่งผลมะม่วงมันขุนศรี)

สวัสดีครับ อีกไม่นานที่สวนรุ่งตะวันอากาศก็คงจะเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว

หลังจากหนาวจัด ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้มะม่วงออกช่อดอกได้ดี

ตอนนี้มีอัตราการออกช่อดอกที่เพิ่มมมากขึ้นแล้วครับ

ทว่าบางวันก็หนาวจัดจนทำให้อัตราการเติบโตของช่อดอก และผลอ่อนช้าลงไปบ้าง

.

วันนี้มีโอกาสได้เดินสำรวจภาพรวมของสวน

และได้แวะตัดแต่งผลของมะม่วงชุดแรกที่ได้เปิดให้ลูกค้าจองไปแล้วนั้น

นอกจากการอดใจรอให้มะม่วงออกดอกติดผลมานับปีแล้วนั้น

การตัดแต่งผล เลือกผลที่สมบูรณ์ที่สุดก็เป็นอีกหนึ่งความลำบากใจเช่นกันครับ

อย่างเช่นในภาพ กิ่งย่อยกิ่งเดียว ช่อดอกช่อเดียว ติดผลให้มาเกือบ 10ลูก 

ซึ่งแน่นอนครับ เราต้องตัดแต่ง เพื่อให้ลูกที่ดีที่สุดเจริญเติบโตต่อไป

.

ทำไมถึงต้องตัดทิ้ง? ไม่เสียดายหรือ?

ตอบคำถามที่ 2 ก่อนได้เลยครับ เสียดายมากๆจ้องอยู่นาน

แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ และทำโดยเร็ว เพื่อให้ผลผลิตในตอนที่ได้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวดีที่สุดครับ

ส่วนทำไมต้องตัดทิ้งนั้น ผมขออธิบายยกตัวอย่างง่ายๆแบบนี้ครับ

ในถนน 1ช่อจราจร รถไม่สามรถวิ่งอย่างพร้อมเพรียงกันได้ทีเดียว 10คันครับฃ

เช่นเดียวกันกับผลมะม่วงมันขุนศรี ที่ยังต้องอาศัยต้น และกิ่งก้านสาขา

ในการลำเลียงอาหารมาสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในกระบวนการสร้างผล

ฉนั้นหากใน หนึ่งกิ่ง หรือหนึ่งช่อดอกมีผลมะม่วงอยู่มากเกินไป

อาหารที่ถูกลำเลียงมา จะถูกแบ่งสรรค์ไปส่วนออกไปให้ทุกๆลูก

ทำให้ผลมะม่วง ไม่สามารถเติบโตได้ในอัตราสูงสุดครับ

นี่เป็นเหตุผลหลักที่ว่าทำไมเราถึงต้องมีการตัดแต่งลูก

แต่เดิมแล้ว เราทำก่อนการห่อรักษาผลครับ 

แต่ปัจจุบัน ตัดสินใจกับคุณพ่อแล้วว่า เราจะทำตั้งแต่ที่ผลยังเล็ก

เพื่อไม่ให้เสียโอกาสของอาหารที่ต้น หาและสร้างมาได้

เช่นเดียวกับมนุษย์เราครับ พัฒนาการ 10% แรกของชีวิต

จะส่งผลอย่างมหาศาลกับชีวิตอีก 90% ที่เหลือ

.

ส่วนเหตุผลรองอื่นๆก็มีผลกระทบเช่นกันครับ

เช่นกิ่ง และลำต้นต้องแบกรับน้ำหนักจำนวนมาก

มีโอกาสเสี่ยงที่จะหัก ฉีก เสียหายระหว่างที่เลี้ยงลูกครับ

เช่น ในช่อดอกที่เส้นผ่านศูนย์กลาง 1เซนติเมตร

หากปล่อยไป 10ผล น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ลูกละ 5ขีด

เท่ากับว่าช่อดอกมะม่วงที่มีขนาดเล็กกว่าปากกา ต้องแบกรับน้ำหนักถึง 5กิโลกรัมเลยทีเดียวครับ

และสรีระของกิ่งที่แผ่ออก เมื่อโดนลมกรรโชกแรก ก็อาจมทำให้กิ่งหักได้เอาเสียง่ายๆครับ

.

ยังไม่รวมถึงเหตุผลที่ทำให้สิ้นเปลือง เวลา และต้นทุนในการห่อด้วยนะครับ

กระดาษห่อมะม่วงของที่สวน มีราคาเฉลี่ยที่ 1.4-1.8บาท ต่อลูก

หากเราปล่อยไว้ เราก็เป็นการใช้ต้นทุนในการห่อไปกับผลที่ไม่ได้คุณภาพ

ค่าแรงของคนข้างที่เราได้จ้างเข้ามาช่วยในการห่อในแต่ละลูก 

ก็ถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

และที่สำคัญและมีค่าที่สุดมันทำให้เราและต้น "เสียเวลา" ไปอย่างน่าเสียดาย

.

ทั้งหมดคือสิ่งที่ผมได้นำมาบอกเล่าจากประการณ์ที่อยู่ในสวน

เผื่อเป็นประโยชน์หรือข้อมูลกับท่านอื่น

ผิดถูกอย่างไร ร่วมพูดคุยกันได้เลยครับ

มาถึงตรงนี้แล้วต้องขอจบเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้ก่อน

หากมีแง่มุมไหน หรือประเด็นต่อไป จะนำมาพูดคุยอีกครั้งครับ

 

ขอบคุณครับ

 

ตะวัน

 

โปร!